7 สถานที่สุดน่ากลัว ที่ต้องคนมีใจกล้าเท่านั้นที่จะสามารถเข้าไปได้ แหม่ใจไปอยู่ตาตุ่ม!!

บนโลกนี้มีสถานที่หลายรูปแบบให้เราออกไปผจญภัยกัน แต่ว่าจะมีสถานที่ประเภทหนึ่งที่ว่ากันว่าต้องผู้ที่มีใจกล้าแกร่งเท่านั้นจึงจะสามารถไปที่นั่นได้ เพราะว่ามันมีความน่ากลัวทั้งเรื่องของความเสี่ยงหรือจะเป็นเรื่องลี้ลับอย่างภูตผีก็มีให้เห็นมาแล้วไม่น้อย

ซึ่งสถานที่เหล่านี้ก็ได้รับการเล่าอ้างว่าเป็นสถานที่แสนจะน่ากลัว ที่ซ่อนตัวอยู่ตามมุมต่างๆ ของโลก ถ้าคุณเห็นภาพเหล่านี้แล้วยังอยากไปอีกล่ะก็ นับได้ว่าคุณเป็นคนที่มีจิตใจเข้มแข็งคนหนึ่งเลยล่ะ แล้วก็อย่าลืมไปพิสูจน์ด้วยตัวเองด้วยล่ะว่ามันสมกับคำร่ำลือหรือไม่!!

 

1. The Chapel of Bones ประเทศโปรตุเกส

โบสถ์แสนสะพรึงแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมือง Évora ประเทศโปรตุเกส ซึ่งโบสถ์แห่งนี้เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ทว่ากลับกลายเป็นที่โจษขานกันถึงเรื่องของความน่ากลัว ด้วยการตกแต่งกำแพงที่ประดับประดาไปด้วยกะโหลกมนุษย์และโครงกระดูกมากมายที่นี่จึงกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสุดหลอนไปโดยปริยาย

 

2. ป่า Hoia ทรานซิลเวเนีย ประเทศโรมาเนีย

ป่าแห่งนี้ขึ้นชื่อในเรื่องเรื่องราวลี้ลับที่เหนือธรรมชาติ ที่ยังไม่สามารถมีใครให้คำอธิบายได้ทั้งเรื่องที่มีวงกลมอยู่ใจกลางของป่าโดยไม่มีต้นไม้ขึ้นแม้แต่ต้นเดียว และมักจะมีแสงไฟประหลาดเกิดขึ้นซึ่งในเวลานั้นเป็นเวลากลางคืนที่ไม่ควรมีใครอยู่ในป่า

โดยตามตำนานเล่าเอาไว้ว่าชื่อของป่าแห่งนี้ได้มาจากชายเลี้ยงแกะคนหนึ่งที่เข้าไปในป่าพร้อมกับสัตว์เลี้ยงของเขาแล้วหายเข้าไปในม่านหมอกอย่างไร้ร่องรอย และไม่มีใครได้พบเห็นเขาคนนั้นอีกเลยตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

 

 3. The Hill of Crosses ประเทศลิทัวเนีย

ทิวเขาแห่งนี้มีไม้กางเขนอยู่อย่างมากมาย ไม่มีใครทราบจำนวนที่แน่ชัดของไม้กางเขนเหล่านี้ แต่จากการสำรวจในช่วงยุค 90 ก็พบว่าที่นี่มีไม้กางเขนอยู่รวมกันถึง 50,000 ต้น ซึ่งในยุคหลังๆ ก็มีแนวโน้มว่าจะมากกว่านั้น

อันที่จริงแล้วสถานที่นี้ก็ไม่ใช่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หรือว่าสุสานแต่อย่างใด แต่สาเหตุที่ผู้คนนำไม้กางเขนมาทิ้งเอาไว้ที่นี่เพราะพวกเขาเชื่อว่ามันจะทำให้โชคดี และไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดถึงวันเวลาและเหตุผลว่าทำไมทิวเขาแห่งนี้ถึงเกิดขึ้นได้

.

 

4. El Caminito del Rey ประเทศสเปน

คำๆ นี้เป็นภาษาสเปนซึ่งถ้าแปลออกมาก็จะได้ความว่า ‘ทางเดินแห่งองค์ชายน้อย’ เส้นทางเดินนี้ถือว่าเป็นเส้นทางสุดอันตรายที่พลาดแม้แต่ก้าวเดียวอาจหมายความถึงชีวิตได้เลย โดยมันตั้งอยู่ระหว่างหมู่บ้าน Chorro กับน้ำตก Gaitanejo เมืองมาลาก้า และถูกสร้างขึ้นในปี 1905 สำหรับเป็นทางเดินของคนงานสร้างเขื่อน

 

5. โลงศพแขวนที่ Sagada ประเทศฟิลิปปินส์

แท้จริงแล้ว Sagada เป็นภูมิภาคที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นจำนวนมากต่อปีอยู่แล้ว เพราะว่าเป็นดินแดนที่ติดกับริมมหาสมุทร แต่ว่ากลับมีสิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าก็คือโลงศพที่แขวนกันอยู่เรียงรายตามหน้าผา

ซึ่งการแขวนโลงศพแบบนี้เป็นวัฒนธรรมดั้งเดิมที่สืบทอดต่อกันมา นั่นก็เพราะมีตำนานกล่าวเอาไว้ว่าภูเขาลูกนี้เป็นบันไดที่เชื่อมต่อระหว่างโลกกับสวรรค์นั่นเอง

 

6. เทศกาลวิ่งวัวกระทิง ประเทศสเปน

เทศกาลดั้งเดิมแต่โบราณกาลสำหรับชาวสเปน ที่จะต้องหนีให้รอดจากวัวกระทิงที่ถูกปล่อยออกมาเป็นอิสระ ซึ่งในปัจจุบันสถานที่ที่มีชื่อเสียงที่สุดของเทศกาลนี้ก็คือเมือง Pamplona ในระหว่างเทศกาล San Fermin นั่นเอง

 

7. สุสานใต้ดินกาปูชิน ประเทศอิตาลี

ในเมืองปาแลร์โมประเทศอิตาลี จะมีสุสานแห่งหนึ่งชื่อว่ากาปูชิน ซึ่งเป็นสถานที่ฝังศพผู้เสียชีวิตกว่า 8,000 ศพเอาไว้ แต่มันก็คงเป็นสุสานธรรมดาๆ ถ้าไม่บังเอิญว่าที่นี่มีการรักษาศพด้วยการทำเป็นมัมมี่เอาไว้ด้วย จนกลายมาเป็นนิทรรศการมัมมี่ชื่อก้องโลกในที่สุด

สุสานแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงปลายของศตวรรษที่ 16 เพื่อต้องการจะใช้เป็นสถานที่เก็บศพเพิ่มเติมหลังจากที่เก่าเต็ม และในช่วงศตวรรษที่ 18 – 19 ที่นี่ก็กลายมาเป็นสถานที่เก็บศพของนักบวชทั้งหลายรวมถึงเหล่าผู้มั่งมี จนกระทั่งปิดตัวลงในปี 1882 ที่นี่จึงไม่มีการฝังศพอีกต่อไป

.

 

ที่มา: brightside 

หวังว่าผู้อ่านจะชื่นชอบบทความนี้ และถ้าใครอยากรับโปรโมชั่นตั๋วเครื่องบินราคาประหยัด แถมข้อมูลพาเที่ยวที่แปลกๆ อย่างครบครัน อย่าลืมกดติดตามเพจ เหมียวพาเที่ยว by CatDumb เพื่อให้ไม่พลาดทุกข่าวสารก่อนใครเลยนะครับ...

คิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

SHARE

ยังมีเรื่องเด็ดอีกเพียบ.....